การฝึกงานในวันนี้ได้เดินทางออกนอกสถานที่ด้วยนะ ไปถึงเยาวราข ย่านเสือป่าเลย คือว่าพี่พงพาไป CSLOXINFO (ครั้งที่ 2 อ่ะนะ) ที่ตั้งอยู่ที่ตึกลอกซ์เลย์ แลดูคลาสสิค(แบบโบราณนิด ๆ) ดูจากลิฟต์นิ
เข้าเรื่องละกันนะ ก็
เป็นที่ให้บริการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตที่เราได้ใช้บริการเป็น Data Center ในการเก็บพวกเซิร์ฟเวอร์ เครื่องที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทไว้ แล้วให้เค้าเป็นคนดูแลรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ให้เรา วันนี้ที่ไปก็เอาเซิร์ฟเวอร์ไปลงไว้ที่โน่นแหละ เก็บไว้ในแล็ก แล้วก็ว่าจะย้ายข้อมูลมาใส่เซิร์ฟเวอร์ใหม่ถ่ายโอนผ่าน USB แต่ช้ามากก็เลยนะ พอกลับมา transfer data จากเซิร์ฟเวอร์นึงไปอีกเซิร์ฟเวอร์นึงเร็วมาก.. ก็เพราะว่ามันอยู่ในวงเดียวกันประมาณนั้นก็เลยโอนข้อมูลได้เร็วอ่ะนะ แล้วก็ในส่วนของเว็บเทรนด์ที่เก็บ Back up Data ไว้ ก็ต้องก๊อฟจากเครื่องเก่ามายังเครื่องใหม่โดยที่ไฟล์สถิติเดิมอ่าเยอะมากก็เลยนาน เราใช้การควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้จาก Remote Desktop Connection (ไม่เคยใช้เลย) ไฮโซอ่า

ภาพเครื่อง Server ของ IBM รุ่น...
สิ่งที่ได้ปฏิบัติในการฝึกงานของวันที่ 2 คือการต่อหัว RJ45 หรือที่เรารู้จักกันดีใน สายแลน ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปตามบ้านหรือสำนักงานนั่นเอง
ซึ่งสายสัญญาณจะมีสายตรงกับสายครอส ซึ่งความแตกต่างระหว่างสายตรงและสายครอสคือสายตรงจะใช้กับ switch , hub ที่ตัวของ switch และ hub เองจะทำหน้าที่ครอสเส้นทาง เพื่อหาเส้นทางจากต้นทางไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางอื่น ๆ โดยตัวมันเอง
ดังนั้นหากต้องการเชื่อมต่อ switch หรือ hub ใช้สายตรง แต่ถ้าหากต้องการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์เองนั้นใช้สายครอส
การทำสายสัญญาณใช้สายแลน หรือสาย UTP และใช้หัวต่อ RJ45 ตัวผู้ หลัก ๆ ที่สำคัญในการทำคือการเรียงสายสัญญาณ ที่เราต้องเรียงกันให้ถูกต้อง
ที่พี่พงให้ทำคือสายตรงโดยไปเรียนรู้การเรียงสายก่อน
สายตรง : การเรียงสายสีจะเรียงจาก ขาวส้ม > ส้ม > ขาวเขียว > น้ำเงิน > ขาวน้ำเงิน > เขียว > ขาวน้ำตาล > น้ำตาล
แต่สายครอสเราไม่ได้ปฏิบัติจริงได้ได้นำหลักการเรียงสีมาฝากกันด้วย คือ ขาวเขียว > เขียว > ขาวส้ม > น้ำเงิน > ขาวน้ำเงิน > ส้ม > ขาวน้ำตาล > น้ำตาล
จากนั้นเมื่อเรียงสีของสายสัญญาณเรียบร้อยแล้วก็บิด ๆ สายให้ตรง ๆ ประมาณว่าให้เรียงกันโอ ๆ แล้วตัดปลายให้ตรง ๆ จากนั้นค่อยดันใส่เข้ากับหัว RJ45 พยายามดันให้สายลึกถึงทองแดงที่
อยู่ภายในหัวต่อ RJ45 เลยนะ ไม่งั้นตอนบีบสายจะหลุด แล้วค่อยเอาคีมบีบให้ลงล๊อค ก็เป็นอันเสร็จพิธี
edit @ 31 Mar 2008 10:32:49 by taza-ii