cast String and Integer
posted on 17 Dec 2008 12:22 by tazaii in Programmingcast to String from int
String.valueOf(int, boolean,object, Char,long x);
cast to int from String
Integer.parseInt(int x);
cast to String from int
String.valueOf(int, boolean,object, Char,long x);
cast to int from String
Integer.parseInt(int x);
เขียนโปรแกรมเพื่อสร้างฟอร์มที่รับค่าตามที่กำหนด โดยค่าที่ส่งไปนั้นส่งไปในรูปของเว็บเซอร์วิส แล้วให้แสดงผลไปยังผู้ใช้ในรูปแบบที่แปลงจากไฟล์เอ็กซ์เอ็มแอลไปเป็นรูปแบบที่ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยใช้ภาษาพีเอชพีในการรับค่าจากฟอร์มแล้วส่งตัวแปรต่าง ๆ ให้เป็น URL ของเว็บเซอร์วิสที่ต่อกัน แล้วเราจะอ่านไฟล์เอ็กซ์เอ็มแอลจาก URL ที่เราต่อกัน แต่เราจะแปลงไฟล์เอ็กซ์เอ็มแอลให้เช้าใจง่ายโดยใช้ไฟล์ xsl ที่แสดงข้อมูลให้เข้าใจง่ายตามแต่ละรูปแบบของไฟล์เอ็กซ์เอ็มแอลของแต่ละไฟล์ ไฟล์ xsl จะต้องระบุ Element ของไฟล์เอ็กซ์เอ็มแอลที่ต้องการแสดงได้อย่างถูกต้องตามรูปแบบเพื่อให้ค่าปรากฏและแสดงได้อย่างถูกต้อง หลักการง่ายๆ ในการนำตัวแปรเพื่อมาต่อเป็น URL ใช้หลักการต่อกันของสตริงและตัวแปรเท่านั้น และที่ได้รับผิดชอบให้ทำฟอร์มเว็บเซอร์วิสหลายฟังก์ชัน เป็นจำนวน 6 ฟังก์ชัน ที่จำเป็นต้องมีไฟล์ xsl ที่แยกของแต่ละฟอร์ม เพราะแต่ละฟังก์ชันมีการแสดงผลไฟล์เอ็กซ์เอ็มแอลต่างกัน จึงต้องสร้างไฟล์ xsl ที่ตรงตามไฟล์เอ็กซ์เอ็มแอลของแต่ละไฟล์
การทำงานที่ต้องเพิ่มเติมของโปรแกรมนี้ คือต้องสร้างปุ่มกดให้สามารถลิ้งไปอีกฟังก์ชันได้ โดยให้ค่าจากฟอร์มก่อนหน้าแสดงไปยังฟอร์มอีกหน้าของฟังก์ชันใหม่ ซึ่งสามารถทำได้โดยเช็คว่ามีค่าที่ระบุอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามีจากเดิมให้แสดงออกเป็นค่าในฟอร์มนี้ได้เลย โดยกำหนดลงไปในส่วนฟอร์มที่แสดงออก แต่ถ้าหากปุ่มกดนั้นระบุจากไฟล์ xsl ซึ่งเป็นการแสดงข้อมูลมากกว่าหนึ่ง จึงต้องระบุใน xsl ที่ต้องให้เกิดการวนซ้ำ ซึ่งจะไม่สามารถกำหนดค่าไปยังอีกฟอร์มได้ เพราะแสดงค่าโดยไฟล์ xsl แต่ไฟล์ xsl สามารถดึงข้อมูลในรูป xml เท่านั้นเราจึงไม่สามารถดึงค่าจากไฟล์ php ที่ส่งต่อมาได้
หน้าตาของโปรแกรม
ต่อจากในส่วนของ user interface design จะกล่าวถึงการออกแบบโปรแกรม ที่ใช้ Structure chart หรือผังโครงสร้าง ในการออกแบบเื่พื่อให้่ง่ายกับการเข้าใจภาพรวมของทั้งระบบ structure chart จะอธิบายความสัมพันธ์(ตรรกะ)ของการทำงานแต่ละส่วนย่อย (โมดูลย่ิอยหรือ module) ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร และข้อมูลที่ใช้ส่งผ่านระหว่างโมดูล จากนั้นแต่ละโมดูลย่อยค่อยอธิบายลงลึกไปอีกโดยใช้การเขียนเป็นภาษาคำอธิบาย หรือ Pseudo code
จากรูป (อ้างอิงจาก http://www.rff.com) อธิบาย execute module ที่ประกอบด้วยโมดูลย่อย A, B, C โดยที่โมดูล A จะต้องส่ง parameter x กลับคืนไป ส่วน B ส่งคืน y และ c รับค่า p มาจากโปรแกรมหลัก และโมดูล A,B มีการทำงาน GET CHARACTURE ที่รับค่า char จากโมดูล A แล้วคืนค่าไปยังโมดูล B ...
การออกแบบโปรแกรมให้ดีนั้นจะต้องให้แต่ละโมดูลเป็นอิสระต่อกัน พยายามให้แต่ละโมดูลสัมพันธ์กันแบบหลวม ๆ หากมีข้อผิดพลาดก็จะแก้ไขได้ง่าย หากมีความสัมพันธ์กับโมดูลอื่น ๆ เยอะก็จะต้องไปแก้ไขตามต่อเนื่องไป
เมื่อวันอังคาร(น่าจะนะ 042208) ได้สรุปเรื่อง User interface design ก็พรีเซ้นท์ให้พี่ ๆ แล้วก็ต้อมฟัง รวมทั้งยังนำเสนอในส่วนของ flow chart ของ keyword cloud มาใช้ด้วย
สรุปในส่วนของ User interface คือส่วนที่สำคัญในการพํฒนาระบบ ไม่เพียงแต่ที่เราต้องพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพแล้วเราต้องทำให้ User interface ที่ให้ผู้ใช้ได้ใช้ะระบบมีความน่าสนใจ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะถึงแม้ว่าเราจะพัฒนาระบบมาดีแค่ไหนแล้ว แต่ถ้าหากผู้ใข้ไม่เข้าใจว่าจะใช้งานอย่างไรก็ไม่เกิดประโยชน์ User interface หลัก ๆ ในการออกแบบคือให้ผู้ใช้เข้าใจง่าย , มีการตอบโต้ระว่างผู้ใช้กับระบบ และการตอบสนองของระบบดี
แบ่่งออกเป็นประะเภทใหญ่ ๆ คือ
1. Natural Languge เป็นการใช้ภาษามนุษย์ในการติดต่อสื่อสาร มีความสลับซับซ้อน ยากแก่การตีความ เนื่องจากคำตอบกว้าง มีได้มากมาย
2. Question an Answerเป็นการเรียงลำดับที่เกิดด้วนการตั้งคำถามและคำตอบ เป็นบทสนทนา (Dialogue) เช่นดังการติดตั้งโปรแกรม เป็นต้น แต่ในบางครั้งผู้ใช้ก็ไม่ทราบคำตอบที่ถามจึงอาจจะมี help ไว้ช่วยเหลือ
3. Menu เป็นการเลือกสิ่งที่ปรากฏบนจอด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เม้าส์, คีย์บอร์ด, ปากกา ,touch screen เป็นต้น โดยแบ่งเมนูไ้ด้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น แบบ basic, pull down menu , popup menu , nested menu
(ภาพตัวอย่างใช้ โปรแกรม Firefox ละกัน)
4. Command Languageใช้ Syntax rule ดังนั้นผู้ใช้จึงต้องทราบคำสั่งนั้น ๆ แต่ถ้าใช้บ่อยๆ การใช้ command จะรวดเร็ว สะดวกมาก
5.GUI (Graphic user interface) ที่เราเห็นเป็นส่วนใหญ่ที่มีปุ่มให้เรากด เห็นเป็นภาพไอคอน สะดวกรวดเร็ว ทั้งยังเข้าใจง่าย วิธีการที่เราเรียกว่า drag and drop ที่กดแล้วปล่อย
แล้วกล่าวถึง Storyboard เป็นเทคนิคการออกแบบถึงเหตุการณ์ตามลำดับที่ให้เห็นภาพและหน้าตาการทำงาน user interface ตามที่กำหนด ที่เราเรียกว่า Prototype หรือต้นแบบเพื่อให้เรามองเห็นภาพการทำงานโต้ตอบกับระบบ ข้อดีของมันก็คือว่าทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลง, ข้อจำกัด แล้วทำให้ระบบตรงกับความต้องการมาำกทีสุด
สองวันนี้(1-2 เม.ษ.) ่ได้รับมอบหมายให้เขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา java ในการหาคล้ายๆ keywords cloud กล่าวว่าข้อมูลที่รับเข้ามานั้นที่เป็น text ที่เป็นประโยคที่เราใช้กันทั่วไปไม่ว่าจะเป็นในเว็บหรือเอกสารต่าง ๆ แล้วหาคำที่ปรากฏอยู่ว่ามีจำนวนคำซ้ำที่ปรากฏอยู่จำนวนเท่าไร โดยใช้ Collection ในการเก็บข้อมูลของคำที่ปรากฏกับจำนวนครั้งที่ปรากฏ คือ FastMap
โดยเริ่มแรกง่าย ๆ นั้นทดสอบจาก String ก่อน จากนั้นค่อยทดสอบโดยใช้ File เป็น input แล้วที่ยังไม่ได้ทำในส่วนของการรับ input จาก URL
เฮ้อ เรานั่งเขียนตั้งนานไม่ได้อ่า..แล้วพี่พงมาแป๊บ ๆ ก็เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างชัดเจนเรยยย
JAVA หนอ "จาวา"
อย่าลืมเลือนวันวาน Date > java.text.DateFormat
อย่าลืมสิ่งที่เคยมี getXXX(); >(จะไปจำหมดได้ไงอ่า)
อย่าลืมว่ายังมี (สิ่งที่ลืมไปละ) MORE OVER ALL
ไปขุดขึ้นมา(จากส่วนลึกๆ)ซะนะ SO FIGHT
AND THEN U'RE SO COOL!!
edit @ 3 Apr 2008 01:24:54 by taza-ii